วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2565

เมสซี่บอดโทษแล้วไง! อาร์เจนตินา อัด โปแลนด์ ซิวแชมป์กลุ่มควงกันเข้า 16 ทีม

"ฟ้า-ขาว" ทีมชาติอาร์เจนตินา คว้าตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ศึกฟุตบอลโลก 2022 ในฐานะแชมป์กลุ่ม ซี

หลังส่งท้ายด้วยการสอย โปแลนด์ 2-0 โดยถึงแม้ ลิโอเนล เมสซี่ ยิงจุดโทษไม่เข้า แต่ก็ได้ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ กับ ฮูเลียน อัลวาเรซ ทำคนละประตู ส่วน โปแลนด์ ก็ได้เข้ารอบ แม้เป็นฝ่ายปราชัยเกมนี้ก็ตาม

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ซี นัดสุดท้าย แทงบอลโลก2022 ประจำวันพุธที่ 30 พฤศจิกายน 2565 ที่สนาม สเตเดี้ยม 974 ระหว่าง โปแลนด์ กับ อาร์เจนตินา

 ลิโอเนล สกาโลนี่ เฮดโค้ชทีมชาติอาร์เจนตินา ให้ ลิโอเนล เมสซี่ กับ อังเคล ดิ มาเรีย เป็นแกนหลักในแนวรุกเหมือนเดิม แต่เลือกใช้งาน ฮูเลียน อัลวาเรซ เป็นหัวหอกตัวจริงแทน เลาตาโร่ มาร์ตีเนซ ส่วน เชสลาฟ มิคเนียวิช นายใหญ่ทีมชาติโปแลนด์ ใช้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กับ คาโรล สไวเดอร์สกี้ เป็นกองหน้าคู่กัน


อาร์เจนตินา เปิดเกมรุกใส่ โปแลนด์ ทันที และนาทีที่ 10 เมสซี่ มีโอกาสกดด้วยเท้าซ้าย แต่บอลไม่ผ่านมือ วอยเชค เชสนี่ นายทวารโปแลนด์

 นาทีที่ 17 อาร์เจนตินา ได้เสียวอีกครั้ง เมื่อ มาร์กอส อากุนญ่า ได้โอกาสแต่งบอลเข้าในก่อนกดด้วยเท้าขวา ส่งบอลข้ามคานแบบได้ลุ้น  

ต่อมาช่วงนาทีที่ 28 ทัพ "ฟ้า-ขาว" ได้ลุ้นอีกแล้วจาก อากุนญ่า คนเดิม ที่ยิงเต็มแรงด้วยเท้าซ้าย บอลหลุดกรอบไปนิดเดียวเท่านั้น

 เกมการแข่งขันผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง อาร์เจนตินา ดูเหนือกว่า โปแลนด์ ชัดเจน โดยเฉพาะการครองบอลที่อยู่ระดับ 62 ต่อ 38 เปอร์เซนต์

 นาทีที่ 33 ดิ มาเรีย สบโอกาสกึ่งยิงกึ่งเปิดลูกเตะมุม แทงบอลโลกคู่ล่าสุด ซึ่งบอลกำลังโค้งมุดเสียบใต้คาน แต่ เชสนี่ กระโดดปัดบอลออกหลังไปได้

 นาทีที่ 37 อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ แทงบอลให้ อัลวาเรซ หลุดเข้าไปลุ้นจบสกอร์ แต่ หัวหอกจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยิงไปติดเซฟ เชสนี่

 นาทีที่ 38 อาร์เจนตินา ได้ลูกจุดโทษ!!! หลัง VAR ชี้ชัดว่า เชสนี่ ไปทำฟาวล์ เมสซี่ ขณะพุ่งปัดบอล ทว่า เมสซี่ ยิงบอลไปติดเซฟ เชสนี่ ที่เดาทางถูก ถือเป็นการแก้ตัวที่ยอดเยี่ยมของนายทวารจาก ยูเวนตุส

 หลังจากนั้น อาร์เจนตินา มีโอกาสลุ้นทำประตูอีก 1-2 ครั้ง แต่ก็ไม่สามารถส่งบอลผ่านมือ เชสนี่ ได้

 จบครึ่งแรก โปแลนด์ เสมอ อาร์เจนตินา 0-0

 (Goal!!!) เริ่มครึ่งหลังมาได้ยังไม่ครบนาที อาร์เจนตินา ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ นาอวล โมลีน่า ได้ตบบอลเข้ากลางจากฝั่งขวา และเป็น แม็ค อัลลิสเตอร์ ที่วิ่งเข้ามายิงด้วยเท้าขวา แม้ยิงไม่ค่อยเต็มเท้า แต่บอลติดไซด์ค่อยๆ ไหลเช็ดโคนเสาเข้าไป ส่วน เชสนี่ พุ่งสุดตัวแล้ว แต่ไปไม่ถึง

 นาทีที่ 50 โปแลนด์ ได้ลุ้นบ้าง จากการโขกของ คามิล กลิค ที่บอลหลุดกรอบไปนิดเดียว

 นาทีที่ 61 แม็ค อัลลิสเตอร์ เกือบทำประตูได้อีก เมื่อมีโอกาสได้ยิงบอลด้วยเท้าซ้ายแบบเน้นๆ ในกรอบเขตโทษ ทว่าบอลไปตรงตัว เชสนี่

 (Goal!!!) นาทีที่ 67 อาร์เจนตินา หนีเป็น 2-0 จากการเคาะบอลกันไปเรื่อยๆ ก่อนที่ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ จะผ่านบอลไปเข้าเท้า อัลวาเรซ และเป็นหัวหอกจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายอย่างสวยงาม

 นาทีที่ 71 เมสซี่ ได้ยิงตรงบริเวณจุดโทษ แต่ เชสนี่ ทิ้งตัวป้องกันเอาไว้ได้ และหลังจากนั้นไม่ถึง 2 นาที อัลวาเรซ ได้หลุดเข้าไปลุ้นจบสกอร์ แต่ยิงบอลเข้าหน้าต่าง

 โปแลนด์ อาการยังไม่ดีขึ้น กลับเป็นฝั่ง อาร์เจนตินา ที่ยิ่งเล่นยิ่งได้ใจ และครองบอลบุกใส่แทบฝ่ายเดียว

 นาทีที่ 85 เลาตาโร่ มาร์ตีเนซ ได้บอลจากการส่งคืนหลังไม่ดีของ ยาคุบ คิวิออร์ ทว่าเจ้าตัวกลับหลุดเข้าไปยิงบอลออกหลังอย่างน่าเสียดาย

 ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ อาร์เจนตินา เกือบได้ประตูเพิ่มอีก จากการหลุดเข้าไปยิงของ นิโกลัส ตาญาฟิโก้ ที่ยกบอลข้ามตัว เชสนี่ ได้เรียบร้อย แต่ คิวิออร์ โขกบอลสกัดออกหลังไปได้

จบเกม อาร์เจนตินา คว้าชัยเหนือ โปแลนด์ 2-0 ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายในฐานะแชมป์กลุ่ม ซี โดยจะดวลกับ ออสเตรเลีย รองแชมป์กลุ่ม ดี วันเสาร์ที่ 3 ธันวาคมนี้ ส่วน โปแลนด์ แม้ปราชัย แต่พวกเขาก็ได้เข้ารอบในฐานะรองแชมป์กลุ่ม ซี (เพราะอีกคู่ เม็กซิโก ชนะ ซาอุดีอาระเบีย แค่ 2-1) ไปดวลกับ ฝรั่งเศส แชมป์เก่า วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม

 รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

 โปแลนด์ (4-4-2) : วอยเชค เชสนี่ - แม็ตตี้ แคช, คามิล กลิค, ยาคุบ คิวิออร์, บาร์ตอสซ์ เบเรสซินสกี้ (อาร์ตูร์ เยดเซจ์ซิค น. 73) - คริสเตียน บีลิค (ดาเมียน ซีมันสกี้ น. 62), เกอร์เซกอร์ซ ครีโชเวียค (คริสตอฟ ปิออนเต็ก น. 84), ปิโอเตอร์ ซีลินสกี้, เซมีสลาฟ แฟรงคอฟสกี้ (ยาคุบ คามินสกี้ น. 46) - คาโรล สไวเดอร์สกี้ (มิคาล สโกราส น. 46), โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

 อาร์เจนตินา (4-3-3) : เอมิเลียโน่ มาร์ตีเนซ - นาอวล โมลีน่า, นิโกลัส โอตาเมนดี้, คริสเตียน โรเมโร่, มาร์กอส อากุนญ่า (นิโกลัส ตาญาฟีโก้ น. 60) - โรดรีโก้ เด ปอล, เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ (เคร์มัน เปซเซย่า น. 79), อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ (ติอาโก้ อัลมาน่า น. 84) - อังเคล ดิ มาเรีย (เลอันโดร ปาเรเดส น. 59), ลิโอเนล เมสซี่, ฮูเลียน อัลวาเรซ (เลาตาโร่ มาร์ตีเนซ น. 79)

เด่นหลายคน, เมสซี่ ก็แจ่ม! ตัดเกรดแข้งทีมชาติ อาร์เจนตินา เกมสอยนิ่ม โปแลนด์ ซิวแชมป์กลุ่มซี

"ฟ้า-ขาว" ทีมชาติอาร์เจนตินา โชว์ฟอร์มแกร่ง พิชิต โปแลนด์ นิ่มๆ ด้วยสกอร์ 2-0 เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ทำให้พวกเขาผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย

ศึกฟุตบอลโลก 2022 ในฐานะแชมป์กลุ่ม ซี โดยถือเป็นเกมที่พวกเขาเล่นได้เหนือกว่าคู่แข่งแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ขนาด ลิโอเนล เมสซี่ ยังมีเกมที่ดี ถึงแม้ยิงจุดโทษไม่เข้า แทงบอลโลก2022 และนี่คือผลสอบของลูกทีม ลิโอเนล สกาโลนี่ แต่ละคนในแมตช์นี้

11 ผู้เล่นตัวจริง

ทั้งเกม อาร์เจนตินา บุกแทบฝ่ายเดียว เลยเจองานเบา ไม่มีออกแรงเซฟแม้แต่หนเดียว 

 - นาอวล โมลีน่า : 7.5

 ช่วยเกมรุกฝั่งขวาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และผ่านบอลได้คมกริบในจังหวะแอสซิสต์ให้ แม็ค อัลลิสเตอร์ กดประตู 1-0  

 - นิโกลัส โอตาเมนดี้ : 7

 โดยรวมอาจไม่ได้เจองานหนัก แต่ก็ถือว่าคุมเกมรับได้ดี รับมือกับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ได้เยี่ยม


 - คริสเตียน โรเมโร่ : 7

 ยืนตำแหน่งดี เป็นแนวรับที่ช่วยเคลียร์บอลได้มากสุดในทีม (3 ครั้ง)

 - มาร์กอส อากุนญ่า : 7

 เกือบทำประตูได้สองครั้งในช่วงครึ่งแรก แม้โดนเปลี่ยนตัวออกกลางครึ่งหลัง แต่ถือเป็นเกมที่เจ้าตัวช่วยเกมรุกได้ดี

 - โรดรีโก้ เด ปอล : 7

  ไม่ค่อยดีในครึ่งแรก ผ่านบอลเสียหลายครั้ง แต่สามารถยกระดับฟอร์มขึ้นมาได้ในครึ่งหลัง ช่วยขับเคลื่อนเกมแดนกลางได้ดี

 - เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ :

 สตาร์ตเป็นตัวจริงครั้งแรก และไม่ทำให้ผิดหวัง มีความคล่องตัว เล่นบอลฉลาด และเป็นคนแอสซิสต์ให้ อัลวาเรซ กดประตู 2-0 มีอนาคตสดใสแน่นอน สำหรับดาวรุ่งจาก เบนฟิก้า วัย 21 ปี

 - อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ :

 นอกจากช่วยเกมรุกได้อย่างโดดเด่นแล้ว แทงบอลโลกคู่ล่าสุด ยังยืนตำแหน่งดี หาโอกาสลุ้นจบสกอร์เก่ง และเป็นคนทำประตูช่วยทีมขึ้นนำ 1-0 ซึ่้งถือว่าสำคัญมากๆ

 - อังเคล ดิ มาเรีย : 6.5

 มีส่วนร่วมกับเกมไม่น้อย ภาพรวมถือว่าไม่เลว แต่ไม่ค่อยเด่นเมื่อเทียบกับเพื่อนๆ ในแนวรุก

 - ลิโอเนล เมสซี่ (กัปตันทีม) : 7.5

หากตัดเรื่องยิงจุดโทษไม่เข้าช่วงท้ายครึ่งแรก รวมถึงการจบสกอร์ที่ไม่คมออกไป ถือว่าเจ้าตัวมีเกมที่ดีเลยทีเดียว เพราะป่วนแนวรับ โปแลนด์ ได้ตลอดทั้งเกม แถมสร้างโอกาสให้เพื่อนลุ้นจบสกอร์ถึง 5 ครั้ง (มากสุดในเกมนี้)

- ฮูเลียน อัลวาเรซ : 7.5

 ครึ่งแรกมีโอกาสเน้นๆ สองหน แต่ไม่คมพอ ทว่าครึ่งหลังแก้ตัวได้สำเร็จ ด้วยลูกยิงสุดสวยเป็นประตูปิดท้าย 2-0 ถือเป็นเกมที่น่าพอใจสำหรับหัวหอกจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ วัย 22 ปี ที่เล่นได้อันตรายและดูมีพลัง 

 สำรองที่ได้ลงเล่น

 - เลอันโดร ปาเรเดส (แทน ดิ มาเรีย น. 59) : 7

 ช่วยคุมเกมแดนกลางได้ดี ผ่านบอลแม่นยำ

 - นิโกลัส ตาญาฟิโก้ (แทน อากุนญ่า น. 59) : 6

 เกือบทำประตูได้ในช่วงทดเจ็บ

 - เลาตาโร่ มาร์ตีเนซ (แทน อัลวาเรซ น. 79) : -

 ไม่สามารถให้คะแนนได้

 - เคร์มัน เปซเซย่า (แทน เฟร์นานเดซ น. 79) : -

 ไม่สามารถให้คะแนนได้

 - ติอาโก้ อัลมาด้า (แทน แม็ค อัลลิสเตอร์ น. 83) : -

 ไม่สามารถให้คะแนนได้

เมสซี่ ได้ไปต่อ,เลวานดอฟสกี้ มีเฮง - 5ประเด็น อาร์เจนฯ ควง โปแลนด์ เข้ารอบ 16 ทีม

แม้จะแพ้ อาร์เจนติน่า แบบหมดรูป 2-0 แต่ โปแลนด์ ยังตามหลังทีม ฟ้าขาว ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายของ ฟุตบอลโลก 2022 ได้สำเร็จ

จากการฟาดแข้งรอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้ายของกลุ่ม ซี ที่สนาม 974 เมื่อวันพุธที่ 30 พ.ย. แน่นอนว่าอีกสนาม เม็กซิโก ชนะ ซาอุดิ อาระเบีย 2-1 แต่พวกเขามีประตูได้เสียเป็นรองทีมจากยุโรป จึงร่วงตกรอบพร้อมกับทีมจาก เอเชีย ด้วยประการฉะนี้ ขณะที่ อาร์เจนติน่า กับ โปแลนด์ จะดวลกับ ออสเตรเลีย และ ฝรั่งเศส ตามลำดับในรอบน็อคเอาท์

 1.อาร์เจนฯ ดร็อป มาร์ติเนซ , เฟร์นานเดซ ออกสตาร์ต

 ลิโอเนล สกาโลนี่ นายใหญ่ทีม ฟ้าขาว แทงบอลโลก2022 จำเป็นต้องพาทีมซิวชัยเอาไว้ก่อนเพื่อผ่านเข้ารอบ และตัดสินใจโรเตชั่นทีมมากถึงสี่ราย

 เริ่มจาก เอ็นโซ เฟร์นานเดซ ฮีโร่ซูเปอร์ซับนัดก่อนที่ลุกจากม้านั่งข้างสนามมายิงประตูปิดกล่องชนะ เม็กซิโก 2-0 ได้รางวัลตอบแทนด้วยการลงบู๊เป็นตัวจริงร่วมกับ ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ , คริสเตียน โรเมโร่ และ นาอูเอล โมลิน่า

 ส่วนสี่สตาร์ที่หล่นไปนั่งในซุ้มแมตช์สำคัญนี้ประกอบไปด้วย ลิซานโดร มาร์ติเนซ , กอนซาโล่ มอนเทียล , กีโด้ โรดริเกซ และ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ


 2.สถิติของ เมสซี่

 ในที่สุด ลิโอเนล เมสซี่ ก็ลงเล่น ฟุตบอลโลก เป็นนัดที่ 22 ซึ่งเป็นสถิติสูงที่สุดในบรรดานักเตะ อาร์เจนไตน์ สำหรับทัวร์นาเมนต์นี้ที่ไม่นับรวมนายทวารโดยเขาแซงหน้า ดีเอโก้ มาราโดน่า ตำนานผู้ล่วงลับหนึ่งนัดได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 อย่างไรก็ดี ดาวยิงเลือด ฟ้าขาว ยังเป็นรองอีกสามสตาร์ในอดีตทั้ง โลธาร์ มัทเธอุส (25นัด) , มิโรสลาฟ โคลเซ่ (24 นัด) และ เปาโล มันดินี่ (23นัด)

รวมทั้งสิ้น พ่อค้าแข้งทีม ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ลงเล่นให้แผ่นดินเกิดไปแล้ว 168 นัดนับตั้งแต่เกมอุ่นเกือกกับ ฮังการี  เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.2005 ซึ่งเขาลงสนามเป็นตัวสำรองในนาทีที่ 63 และโดนตะเพิดทันทีในอีกแค่สองนาทีต่อมา

 ขณะเดียวกัน เมสซี่ รั้งตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดของประเทศด้วย 93 ประตู ทิ้งห่างอันดับสอง กาเบรียล บาติสตูต้า ไกลลิบที่ 56 ประตู

 อีกทั้ง เมสซี่ ลงเล่นในเกมระดับซีเนียร์ทั้งทีมชาติ แทงบอลโลกคู่ล่าสุด และสโมสรนัดนี้เป็นนัดที่ 999 แล้ว และยิงได้ 778 ประตู ขาดอีกแค่นัดเดียวก็จะครบ 1,000 นัดพอดี

 3.โปล ปรับหนึ่งจุด

 โปแลนด์ ทีมจ่าฝูงของกลุ่ม ซี ลงเล่นสองเกมแรกมีผลงานชนะหนึ่ง เสมอหนึ่ง เก็บได้สี่แต้ม และจะเข้ารอบ 16 ทีมทันทีหากแค่เสมอ อาร์เจนติน่า ได้ หรือไม่ถ้าแพ้ก็ต้องลุ้นผลของอีกคู่

 เทียบจากนัดก่อนที่คว่ำ ซาอุดิ อาระเบีย 2-0 กุนซือ เชสลาฟ  มิคนีวิช ปรับทัพแค่จุดเดียวโดยส่ง คาโรล สวีแดร์สกี้ ลงเล่นแทน อาร์เคดิอุซ มิลิค ดาวยิงคนสำคัญ นอกนั้นล้วนเป็นนักเตะชุดเดิม

 4.ลูกโทษที่ฉาวโฉ่

หลังจากเกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 37 อาร์เจนติน่า ก็ได้ลูกโทษอย่างน่ากังขาจากจังหวะที่ เมสซี่ โขกบอลหลุดกรอบแล้วโดน วอยเซียก เซสนีย์ กระโดดยกแขนไปสัมผัสใบหน้าของพ่อค้าแข้งร่างเตี้ย

 ต่อจังหวะที่ว่านี้ วีเออาร์ โชว์ภาพให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเหตุการณ์จบลงแล้วเนื่องจากกัปตันทีมชาติ อาร์เจนติน่า โขกบอลเรียบร้อยแล้วก่อนโดนนายทวารคู่แข่งสัมผัสใบหน้าอย่างแผ่วเบาเพราะไม่ยอมไปกินปูเป็นเพื่อน แต่ผู้ตัดสินดันมอบลูกโทษให้ทีมละตินท่ามกลางเสียงโขกสับของสื่อทุกสำนักที่ไม่เห็นด้วยอย่างแรง

 ขนาด เมสซี่ เองก็น่าจะงงเช่นกันว่าได้ลูกโทษเฉย แต่ในเมื่อท่านเปาประทานมาให้ เขาก็ต้องทำหน้าที่ หากแต่ เซสนีย์ ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในมือกาวที่ขยันเซฟลูกโทษ และปัดได้อย่างยอดเยี่ยมช่วยให้ โปแลนด์ ยังไม่เสียประตูในรายการนี้ต่อไปแม้ 45 นาทีแรก อาร์เจนติน่า จะเหนือกว่าบานเบอะทั้งการครองบอล 66:34% และการส่องยิง 12:2 ครั้งซึ่งเข้ากรอบ 7 ครั้ง ขณะที่ โปแลนด์ ส่งบอลเข้ากรอบไม่ได้เลย

 นอกจากนี้ เซสนีย์ ยังเป็นนายทวารรายที่สองเท่านั้นนับตั้งแต่ปี 1966 ที่เซฟลูกโทษได้หลังเป็นคนทำฟาวล์เองต่อจาก โจเอล บัตส์ ผู้รักษาประตูทีมชาติ ฝรั่งเศส ในเกมบู๊กับ บราซิล ปี 1986

 ขณะเดียวกัน เซสนีย์ ก็เป็นนายทวารรายที่สามนับตั้งแต่ปี 1966 ที่เซฟลูกโทษได้สองหนในทัวร์นาเมนต์ ฟุตบอลโลก เช่นเดียวกับ แบรด ฟรีเดล ของทีมชาติ สหรัฐฯ ในปี 2002 และ ยาน โทมัสซิวสกี้ ของทีมชาติ โปแลนด์ เช่นกันในปี 1974

 รวมเวลา 45 นาที เซสนีย์ เซฟได้หกครั้งซึ่งเป็นสถิติที่ดีที่สุดของเขาอย่างไม่ต้องสงสัยในการลงเล่น ฟุตบอลโลก

 5.ไม่ต้องถึงมือ (เท้า) เมสซี่

 แม้ครึ่งแรกจะยันเสมอกับ อาร์เจนติน่า ได้แบบเจียนอยู่เจียนไป แต่ครึ่งหลัง เซสนีย์ ก็ช่วยอะไร โปแลนด์ ไม่ได้แล้วหลังจากเพื่อนร่วมทีมยังเปิดช่องให้คู่แข่งส่องยิงตามใจชอบเหมือนเคย

 และแค่นาทีที่ 47 อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ มิดฟิลด์ทีม ไบรท์ตัน ก็สอยตาข่ายปลดล็อคให้ทีม ฟ้าขาว จนได้ ก่อนที่ ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ กองหน้า แมนฯ ซิตี้ ทีมใน พรีเมียร์ลีก เช่นกันจะซัดเม็ดสองได้สำเร็จ

 เท่ากับว่าแม้จะสังหารลูกโทษพลาด แต่ เมสซี่ ก็ยังได้ลุ้นคว้า แชมป์โลก ต่อไป แถมน่าจะเข้ารอบแปดทีมได้ด้วยเนื่องจากคู่ปรับของทีม ฟ้าขาว ได้แก่ จิงโจ้โล้สำเภา

 สำหรับ เลวานดอฟสกี้ ในฐานะผู้แพ้ซึ่งโชว์ฟอร์มไม่ออกในรายการนี้ ต้องถือว่ายังมีโชคช่วยให้เข้ารอบต่อไปได้เนื่องจาก ซาอุดิ อาระเบีย ตีไข่แตกได้สำเร็จในช่วงทดเวลาเกมแพ้ เม็กซิโก จึงทำให้ โปแลนด์ มีประตูได้เสียเหนือกว่าทีม จังโก้ โดยไม่ต้องไปเสียเวลานับแต้มแฟร์เพลย์จากใบเหลือง ใบแดง ของทั้งสองทีมคู่กรณีแต่อย่างใด

 ในทางกลับกัน ไม่แน่เหมือนกันว่า เมสซี่ อาจคว้า แชมป์โลก ก่อนหันหลังให้ทีมชาติก็เป็นได้เนื่องจากมีสถิติถูกเผยออกมาว่าสองครั้งที่ทีม ฟ้าขาว ได้ชูโทรฟี่ สตาร์ดังของทีมก็ซัดลูกโทษพลาดในการลงสนามนัดที่สามเหมือนกันเปี๊ยบ

 1978: มาริโอ เคมเปส 

 1986: ดีเอโก้ มาราโดน่า

 2022: ลิโอเนล เมสซี่

 ส่วนขุนพลทีม ฟ้าขาว ที่เล่นได้อย่างโดดเด่นในเกมนี้อย่าง แม็ค อัลลิสเตอร์ ก็มีผลงานตลอด 90 นาทีดังนี้

 93% ผ่านบอลแม่นยำ

 66 มัสผัสบอล

 50 ผ่านบอลสำเร็จ

 4/4 ชนะการดวลภาคพื้นดิน

 3 ชนะการเข้าปะทะ

 3 ผ่านบอลจังหวะสำคัญ

 2 ซัดบอลเข้ากรอบ

 1 สร้างโอกาสสำคัญ

 1 ประตู

 อีกทั้ง โรดรีโด้ เด ปอล ก็สร้างชื่อผ่านบอลสำเร็จ 137 ครั้ง (แม่นยำ 94.5%) ซึ่งเป็นจำนวนการผ่านบอลที่สูงที่สุดของนักเตะ อาร์เจนไตน์ ในศึก ฟุตบอลโลก นับตั้งแต่ปี 1966 เป็นต้นมา

วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

"พูลิซิช" ฮีโร่ของชาติ! สหรัฐฯ ยิ้มหวานเบียด อิหร่าน ตีตั๋ว 16 ทีมฟุตบอลโลก

 "สหรัฐอเมริกา" ทำผลงานได้ตามเป้าหลังรวมพลังเบียด "อิหร่าน" 1-0 จากประตูชัยของ คริสเตียน พูลิซิช พาทีมเก็บเพิ่มเป็น 5 คะแนน

ขยับฉกตั๋วรอบ 16 ทีมสุดท้ายในฐานะรองแชมป์ กลุ่ม บี ลอยลำผ่านเข้าไปดวล เนเธอร์แลนด์ วันเสาร์ที่ 3 ธ.ค. นี้ ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบแบ่งกลุ่ม คืนวันอังคารที่ผ่านมา

สนาม : อาห์หมัด บิน อาลี สเตเดี้ยม

 อิหร่าน ของเทรนเนอร์ คาร์ลอส เคยรอซ เอาชนะ เวลส์ มาได้ 2-0 ในเกมฟุตบอลโลกนัดล่าสุด แทงบอลโลกคู่ไหนดีวันนี้ ทำให้ตอนนี้พวกเขาขั้นมารั้งที่สองของกลุ่ม


ทางด้าน สหรัฐอเมริกา ของเทรนเนอร์ เกร็กก์ เบอร์ฮัลเตอร์ เสมอมา 2 เกมติดในฟุตบอลโลก 2022 ล่าสุดเสมอ อังกฤษ 0-0

 เปิดฉากครึ่งแรก 10 นาที สหรัฐอเมริกา ทักทายก่อนจากบอลครอสเข้าเขตโทษแนวรับ อิหร่าน โขกสกัดไม่ขาดเข้าทาง ยูนุส มูซาห์ เก็บส้นหล่นตามน้ำด้วยซ้ายบนเส้น 18 หลาเหินข้ามคาน

 นาทีต่อมาจากจังหวะครอสหน้าเขตโทษฝั่งขวาบอลข้ามมาเข้าทาง คริสเตียน พูลิซิช ขึ้นดีกว่า รามิน เรซาเอียน ลอยมาโขกหน้ากรอบ 6 หลาเสียดายตรงตัว อาลีเรซา เบรันวานด์

 30 นาทีผ่าน สหรัฐฯ ลุยอยู่ข้างเดียว คริสเตียน พูลิซิช แทงบอลขึ้นมาทางซ้ายให้ โยกเข้าในซัดแฉลบบล็อคแนวรับ อิหร่าน ลอยเข้าทาง ทิโมธี เวอาห์, โขกซ้ำก็ยังไม่ดีพอเป็นประตู

 3 นาทีต่อมาคราวนี้เป็น จอช ซาร์เจนท์ หลุดกับดักล้ำหน้าสอดมาเก็บบอลหน้ากรอบ 6 หลาฝั่งขวาก่อนไหลตั้งให้ ทิโมธี เวอาห์ วิ่งมาตะบันเต็มข้อเหินข้ามคานน่าผิดหวัง

 แต่แล้วนาทีที่ 38 สหรัฐอเมริกา ทะยานออกนำ 1-0 จนได้จากบอลยาวทิ้งเข้าเขตโทษฝั่งขวาถึง แซร์จินโญ่ เดสต์ สอดมาโขกชงเข้ากรอบ 6 หลาให้ คริสเตียน พูลิซิช ทิ้งตัวชาร์จไม่พลาด

 ช่วงทดเจ็บนาทีที่ 45+5 ทิโมธี เวอาห์ หลุดเดี่ยวเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนดีดผ่าน อาลีเรซา เบรันวานด์ ส่งบอลซุกก้นตาข่ายเสียดายโดน ผู้ช่วยผู้ตัดสิน จับ ล้ำหน้า

 หมดครึ่งเวลาแรก อิหร่าน 0 สหรัฐอเมริกา 1

 นาทีที่ 48 สหรัฐอเมริกา ออกหมัดก่อน จอช ซาร์เจนท์ เว็บแทงบอลโลกค่าน้ำดี เลี้ยงไลน์เอาชนะกับดักล้ำหน้าหลุดเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายเบียดเอาชนะ มอร์เตซ่า ปูราลิกานจี ซัดยัดเสาแรกติดเซฟ อาลีเรซา เบรันวานด์

 ต่อมานาทีที่ 52 อิหร่าน หวิดตามตีเสมอเป็นจังหวะครอสทางขวาบอลโค้งเข้ากรอบ 6 หลาหลุดมาเสาไกลถึง ซามาน ก๊อดดอส โฉบตัดหน้า แซร์จินโญ่ เดสต์ ทิ้งตัวโขกเหินข้ามคานออกหลัง

 65 นาทีผ่าน อิหร่าน พลาดประตูตีเสมอเหลือเชื่อ อาลี โกลิซาเดห์ หลุดเข้าเขตโทษฝั่งขวาหักข้อจ่ายเข้าในหลุดมาถึง ซามาน ก๊อดดอส ปั่นด้วยขวาแบบไร้ตัวประกบย้อนทาง แม็ตต์ เทอร์เนอร์ หลุดเสาสองออกหลัง

 ช่วงท้ายนาทีที่ 82 จากจังหวะครอสทางขวาบอลโค้งเข้ากรอบ 6 หลาไปไต่โดนแขน เชาเอลล์ มัวร์ ผู้เล่นและทีมงาน อิหร่าน พยายามฟ้องเอาจุดโทษแต่ อันโตนิโอ มาเตว ลาโอซ ใจแข็งไม่เป่าให้

 ช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+3 อิหร่าน โยนอย่างเดียว มอร์เตซ่า ปูราลิกานจี สลัดตัวประกบเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายทิ้งตัวโขกตัดหน้า ไทเลอร์ อดัมส์ หลุดเสาแรกออกไปนิดเดียว

นาทีที่ 90+10 โอกาสสุดท้ายของเกมเป็นจังหวะของ เมห์ดี้ ตาเรมี่ ทิ้งตัวร่วงในเขตโทษเหมือนโดน คาเมรอน คาร์เตอร์-วิคเกอร์ส ดึงเสื้อ ผู้ตัดสิน รอเช็ค วีเออาร์ อยู่นานก็ไม่เป่าให้เหมือนเดิม

 หลังจากนั้นไม่มีสกอร์เพิ่ม จบเกม อิหร่าน 0 สหรัฐอเมริกา 1

 รายชื่อนักเตะที่ลงสนาม

 อิหร่าน (4-1-2-3) : อาลีเรซา เบรันวานด์ - รามิน เรซาเอียน, มายิด ฮอสเซนี่, มอร์เตซ่า ปูราลิกานจี, มิลาด โมฮัมมาดี้ - เซอิด เอซาโตลาฮี - อาห์หมัด นูรอลลาฮี, เอห์ซาน ฮัจซาฟี - อาลี โกลิซาเดห์, ซาร์ดอร์ อัซมูน, เมห์ดี้ ตาเรมี่

 สหรัฐอเมริกา (4-1-2-3) : แม็ตต์ เทอร์เนอร์ - แซร์จินโญ่ เดสต์, คาเมรอน คาร์เตอร์-วิคเกอร์ส, ทิม รีม, แอนโทนี่ โรบินสัน - ไทเลอร์ อดัมส์ - เวสตัน แม็คเคนนี่, ยูนุส มูซาห์ - ทิโมธี เวอาห์, จอช ซาร์เจนท์, คริสเตียน พูลิซิช

 ผู้ตัดสิน : อันโตนิโอ มาเตว ลาโอซ (สเปน)