วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2565

ปืนแกร่งขึ้นหงส์ผู้เปราะบาง!

 บททดสอบปืนใหญ่ที่ฟอร์มสด กับลิเวอร์พูลที่ออกตัวย่ำแย่สุดนับตั้งแต่ เจอร์เก้น คลอปป์ คุมทีมแถมแต้มตามหลังอาร์เซนอล 11 แต้มก่อนเล่นเกม พอหลังจบเกมตามอีก 14 แต้ม

เกิดอะไรขึ้นบ้างเกมนี้

ปืนรูปแบบ 4-2-3-1 

แรมส์เดล ;ไวท์, ซาลีบา-กาเบรียล, โทมิยาสุ ;ปาร์เตย์- ชากา วซากา, โอเดการ์ด, มาร์ติเนลลี ; เชซุส

รูปแบบของ อาร์เตต้า เวลาบุกจะยืน 4-1-4-1 เนื่องจาก กรานิต ชาก้า จะสอดขึ้นไปเป็นตัวรุกเพิ่ม เท่ากับเวลารุกจะเป็นห้าคน บวกกับตัวทำด้านข้าง, โอเดการ์ด, ชาก้า และแน่นอน เชซุส

JK 4-4-2 

จากชัยชนะต่อเรนเจอร์สด้วยระบบ 4-4-2 ที่ใช้หน้าคู่ แทงบอล UFABET และได้ผลงานที่ดีมันเหมือนกันกับการได้ซ้อมใหญ่ เกมนี้เจออาร์เซนอล คลอปป์ ยังคงใช้รูปแบบนี้ เมื่อต้องบุกเข้าหาอาร์เซนอล

หากแต่พอรับจะเป็น 4-5-1 โดย โชต้า แทงบอล ดรอปลงมาต่ำเพื่อช่วยเกมรับ หากเพรสแดนบนไม่ได้ ถอยมาในแดนตัวเอง โดย ดาร์วิน เป็นหน้าเป้าไป ซึ่งธรรมชาติของ โชต้า ไม่ใช่ตัวเปิดป้อนหรือเป็นเพลย์เมคเกอร์เบอร์สิบเหมือนกันกับ บ๊อบบี ฟีร์มีโน สักเท่าไหร่

เบคเกอร์ ;เทรนต์, มาติป-ฟานไดจ์, ซิมิกาส ;ซาลาห์, เฮนเดอร์สัน, ติอาโก, ดิอาส ; ดาร์วิน นูนเยส,โชต้า

เกมรับหงส์หลวมเกิน

ลิเวอร์พูลเสียประตูแรกให้คู่แข่งอีกแล้ว....6 ใน8 เกม นี่คือสัญญาณแห่งหายนะชัดๆ

แค่ 58 วินาทีเท่านั้นเอง (เร็วที่สุดที่ปืนยิงหงส์ในพรีเมียร์ลีก)  จากจังหวะ โชต้า กับ ดาร์วิน เล่นกันแล้วเสียบอลแดนอาร์เซนอล จากนั้น เบน ไวท์ ออกบอลด้านข้าง ให้ ซากา แถม ซิมิกาส ไม่รักษาตำแหน่ง ยืนลอย บอลถึง บูกาโย ซากา มีพื้นที่โล่งพาบอลเข้าหา ฟานไดจ์ ก่อนไหลให้ โอเดการ์ด แดนกลางหงส์เบรกไม่ทัน โอเดการ์ด อยู่หน้าไลน์ กองหลัง ก่อนแทงเข้าช่อง เทรนต์ และ มาติป ให้ มาร์ติเนลลี หลุดเข้าไปแปสวน เบคเกอร์ ง่ายๆเลย 

การป้องกันไม่รัดกุมทั้งแนว....บวกกับความเร็วและแม่นในการเล่นเกมรุกแดนสามอาร์เซนอล 

สองแรงบวกก็เรียบร้อย

ประตู 2-1 เกิดขึ้นในอีก20 วินาทีก่อนหมดครึ่งแรก  

โดนสวนกลับ....ในช่วงทดเวลานาทีที่ 5 จังหวะลิเวอร์พูลได้ฟรีคิก ซิมิกาส เปิดให้ มาติป โขกบอลไม่ดี โดนตัดได้ บอลจังหวะสองปืนเก็บหน้าเขตโทษแล้วสวนกลับตูมบอลถึง มาร์ติเนลลี โดยมี เฮนโด กับ เทรนต์ คุมอยู่ สองคน แต่โดน มาร์ติเนลลี หลอกเข้าเท้าถนัดถลำพร้อมกันสองคน ก่อนเปิดเข้าใน กาเบรียล ไม่เล่น ปล่อยบอลไหล ซิมิกาส หลงเหลี่ยม ปล่อยตาม ซากา ชาร์ตที่เสาสองง่ายๆ 2-1 

ส่วนประตู 3-2 นั้นเกิดขึ้นหลังจากอาร์เซนอล กดดันหงส์แดง อย่างหนัก จนกระทั่ง ติอาโก ทำเสียจุดโทษ จากการเล่นไม่ละเอียดไปเตะด้านหลัง เชซุส จังหวะนี้คุณเสียเปรียบเขาแน่นอน เพราะเชซุส อยู่ข้างหน้าคุณชัดๆ ไปเตะด้านหลัง แบบนี้ก็เสียจุดโทษให้ อาร์เซนอล  และเป็น ซากา ยิงเข้าไป  น.75

จากนั้นช่วงเวลาที่เหลือ "หงส์แดง" เหมือนหมดพลังดื้อๆ เร่งไม่ขึ้น แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนตัวผู้เล่น แต่ก็ไม่ได้คุมเกมบุกหรือเล่นแล้วมีลุ้นทำประตูได้เลย  จนกระทั่งพ่ายแพ้ในท้ายที่สุด

เกมรุกหงส์พอได้

2 ประตูจาก ดาร์วิน ชาร์ต ลูกแอสซิสต์ ของ ดิอาส และ การให้บอลช่องของ โชต้า แล้ว บ๊อบบี ฟีร์มีโน วิ่งทำทางโฉบเข้าไปยิงตีเสมอ 2-2  การเข้าทำ และการสกอร์ของตัวรุกยังเป็นอะไรที่ไว้วางใจได้ ทำให้ทีมพอมีโอกาสได้แต้ม การได้โอกาสลงสนามต่อเนื่องของ ดาร์วิน ทำให้เขาเล่นเข้าขากับเพื่อนร่วมทีมมากขึ้น เข้าใจเกมมากขึ้น

ยังไง...ต้องส่งลงเล่นต่อเนื่อง ด้วยเพราะสภาพร่างกายของเขาตอนนี้พร้อมมาก

อาร์เซนอลเหนือกว่า

ครึ่งแรกพอโดนตีเสมอ เกมอาจดูเป็นรอง เพราะหงส์แดงเดินเกมรุก แต่จังหวะสวนกลับของพวกเขาอันตรายอย่างยิ่ง จนมาได้ประตูขึ้นนำ 2-1 แต่ครึ่งหลังพอโดนตีเสมอ 2-2 เกมอาร์เซนอลกลับดีขึ้นเรื่อยๆ คุมเกมได้หมด และนั่นแสดงให้เห็นว่า เด็กหงส์แผ่ว...สภาพไม่ได้ สู้อาร์เซนอล ไม่ได้ในเรื่องการแย่งบอล แถมโดนกดดันอย่างหนักจนกระทั่งเสียประตู 3-2 

ทั้งสด...ทั้งลงล็อค ปืนเหนือกว่าหงส์แดงในเรื่องของเกมการเล่น

ถึงจุดนี้อาร์เซนอล เดินหน้าเก็บชัยชนะต่อเนื่อง ชนะ 8 ใน 9 เกม ทำแต้มนำ แมนฯซิตี้ 1 แต้ม ไม่มีข้อสงสัยในเรื่องผลงานของปืนใหญ่ แค่ติดตามกันว่าพวกเขาจะยืนระยะยาวๆในซีซั่นนี้กับทีมอย่างแมนฯซิตี้ ดีขนาดไหน

แต่เชื่อว่าแฟนปืน...ไม่จำเป็นต้องใส่ใจเรื่องนี้เพราะเป้าหมายแต่แรกคือไปแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เหลือคือโบนัส หากเล่นไม่กดดันตัวเองไปเรื่อยๆ ย่อมมีโอกาสลุ้นกับแมนฯซิตี้ได้ยาวๆ 

ส่วนลิเวอร์พูล มาถึงจุดนี้....ลงสนาม 8 ชนะ 2 เสมอ 4 แพ้ 2 อันดับ 10 มี 10 แต้ม

เป้าหมายซีซั่นนี้คืออะไร แม้ว่ายังพึ่งเริ่มต้น ไม่ถึงสิบนัด แต่ดูเหมือนว่าปัญหาใหญ่ของเจอร์เก้น คลอปป์ คือ

"ป้องกัน" ยังไงไม่ให้เสียประตู ไม่ว่าจะนาทีที่ 1 หรือนาทีทดเวลา 

"ป้องกัน" ยังไงให้มีความรัดกุม ทั้งแดนกลางจนถึงแดนหลัง ซึ่งต้องยอมรับว่า "ไม่ไหวเลย" 

ตั้งแต่ เวอร์จิล ฟานไดจ์, โชแอล มาติป, เทรนต์ กระทั่ง ซิมิกาส 

ขณะที่ "วิธีการเล่น" เกมนี้เล่นดีแค่ครึ่งแรกช่วงก่อนตีเสมอจนถึงช่วงนาทีที่ 45+5 

ส่วนครึ่งหลังพอตีเสมอ 2-2 ได้ กลับไม่สามารถเล่นเกมอะไรได้ถนัดเลย เป็นอาร์เซนอลที่คุมเกมจนได้ประตู 3-2 จากการรุกอย่างกระหน่ำ แบบว่าเกมรับหงส์แดง "โงหัวไม่ขึ้น" 

ช่างเป็นผลงานที่สวนทางเมื่อเส้นกร๊าฟของปืนกำลังขึ้น

ของหงส์แดงกำลังจะลง.....

ถ้าจะตั้งคำถามว่า....

เร็วไปมั้ยที่จะตัดสินซีซั่นของหงส์แดง?

ถ้าเปลี่ยนเป็นแมนซิตี้!? สิ่งที่อยากบอกหลัง แมนยู แซงเชือด เอฟเวอร์ตัน

 แมนฯ ยูไนเต็ด กลับออกมาจากโรงงานทอฟฟี่นรกพร้อมชัยชนะแบบหวุดหวิดในเกมที่พวกเขาโชว์ฟอร์มได้ไฉไลในระดับหนึ่ง

และต่อไปคือสิ่งที่ผู้ชมทางบ้านอย่างผมอยากจะบอก

1. เอริค เทน ฮาก เป็นกุนซือที่จัดทีม 11 ตัวจริงตามความพร้อมและฟอร์มการเล่นนะครับ

ราฟาแอล วาราน หายเจ็บเร็วก็จริง แต่สำรองไปก่อนให้ วิคตอร์ ลินเดเลิฟ เล่นเป็นเซ็นเตอร์ฯ คู่ ลิซานโดร มาร์ติเนซ เหมือนเกมกลางสัปดาห์ 

แบ็คซ้าย ลุค ชอว์ ตายยาก แทงบอล ว่าแล้วกลับมาฟอร์มดีกว่า ไตเรลล์ มาลาเซีย เฉยเลยจึงได้เป็นตัวจริงต่อ

ตรงกลางถึงเวลาที่ กาเซมิโร่ ลงเล่นเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกนัดแรกเสียที

แดนหน้าจัดตามฟอร์มล่าสุดเลย

อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ยืนหัวหอกตัวเป้าพลางขยับ มาร์คัส แรชฟอร์ด ออกมาในตำแหน่งถนัดทางซ้ายแทน เจดอน ซานโช่ ที่ช่วงหลังๆ ชักเล่นไม่ออก (อีกแล้ว)

ส่วนทางขวา อันโตนี่ บราซิเลี่ยน ยึดตำแหน่งแบบยาวๆ

ดูรวมๆ แล้วก็มีเสน่ห์เหมือนกันนะ

2. 'คุณเกษม' ลงตัวจริงเกมแรกก็ได้เรื่องเลย !!!

จังหวะที่ถูกคู่แข่งแซะจนเสียบอลตรงกลางสนามนำมาซึ่งการเสียประตูอย่างรวดเร็วแค่ 5 นาทีเท่านั้น

แต่โทษมิดฟิลด์ตัวรับผู้นี้ไม่ได้ทั้งหมด แทงบอล UFABET เพราะจังหวะนั้น อันโตนี่ ดันยัดบอลให้ในระยะกระชั้นชิดเกินไป

ถือเป็นอุบัติเหตุแล้วกัน

ทว่าหลังจากนั้นคือ เรด เดวิลส์ โชว์

เมื่อต้องเร่งเกม แมนฯ ยูไนเต็ด ทำได้ไฉไลนะครับ 

แดนกลางคุมเกมเอาไว้ได้หมดพลางบุกกระหน่ำอยู่ข้างเดียว

จังหวะเข้าทำรวดเร็วและกล้าได้-กล้าเสีย

ว่าแล้วก็กดไป 2 ดอก พลิกสถานการณ์ขึ้นมานำเป็น 2-1

ถือเป็นครึ่งแรกที่ 'สะเด่าไปเลยอีน้องส์' อีกครั้งในฤดูกาลนี้ เหมือนในศึกแดงเดือดขบวนล่าสุด

3.แมนฯ ยูไนเต็ด ครองบอลมากกว่า บุกมากกว่า และมีโอกาสทำลายตาข่ายมากกว่า โดยสร้างความกดดันให้ทีมเจ้าบ้านอย่างต่อเนื่อง 

รูปแบบการเล่นที่มองเห็นก็เป็นสไตล์การเล่นที่ เอริค เทน ฮาก ชื่นชอบ และต้องการนำมาติดตั้งให้ลูกทีม คือเซ็ตบอลขึ้นมาจากในแดนตัวเอง แม้บ่อยครั้งที่พวกเขาดันจ่ายบอลเสียง่ายๆ ก็ตาม

แต่ 2 ประตูที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำได้ที่ กูดิสัน พาร์ค กลับเกิดจากจังหวะเปลี่ยนเกมรับเป็นเกมรุกแล้วจู่โจมแบบสายฟ้าฟาดทันที มิได้มาจากจังหวะครองบอลบุกหนักที่สร้างความกดดันให้คู่แข่งอย่างต่อเนื่อง

ประตูแรก บรูโน่ แฟร์นันด์ส ตัดบอลได้ตรงกลางแล้วรีบจ่ายให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ก่อน 'น้องหมาก' จะแทงบอลให้ปีกขวาสายพันธุ์แซมบ้าที่สอดขึ้นมาลากเข้าไปตะบัน

ประตูที่ 2 น้อยจังหวะมากกว่า เมื่อ กาเซมิโร่ ดักบอลได้ตรงกลาง คุณพี่เขากระแทกบอลทะลุช่องให้ตัวสำรองกิตติมศักดิ์อย่าง 'พี่โด้' สับไก

จริงๆ นี่แหละคือสไตล์การเล่นแบบปีศาจแดงของแท้ในยุคเรืองอำนาจ คือไม่จำเป็นต้องครองบอลบุกอยู่ข้างเดียวแบบ แมนฯ ซิตี้ ยุคนี้

เวลาเข้าทำต้องรวดเร็วและน้อยจังหวะบนความเด็ดขาด

4. อย่างไรก็ตาม

พลพรรคปีศาจแดงกลับปรับเปลี่ยนวิธีการเล่นในครึ่งหลังแล้วเกือบจะไม่เวิร์ค !!!

เราควรยึดคติว่าอะไรที่มันดีอยู่แล้วก็ไม่ควรไปเปลี่ยนมันนะครับ

เกมฟาดแข้งก็เช่นกัน

ถ้ารูปแบบการเล่นมันเปล่งปลั่งอยู่แล้วก็อย่าไปเปลี่ยนมัน

เข้าใจว่าเพราะอาจจะอ่อนล้ามาจากการเดินทางไกลไป ไซปรัส ในเกมยุโรปคืนวันพฤหัสฯ ประการหนึ่ง

อีกประการหนึ่งคือสกอร์นำ 2-1 ในครึ่งแรกนี่แหละทำให้พวกเขาลงมาเล่นในครึ่งหลังแบบพยามยาม 'รักษาสกอร์' มากกว่าบดขยี้ให้สิ้นซาก

เอฟเวอร์ตัน จึงกลับกลายเป็นฝ่ายที่ครองบอลมากกว่าบ้างในครึ่งหลัง แถมเกือบตีเสมออยู่รอมร่อ เพราะดันเปลี่ยนวิธีการเล่นที่มันดีอยู่แล้วนี่แหละ 

5.ฟอร์มการเล่นโดยรวมของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในเกมล่าสุดตามสายตาของท่านผู้ชมทางบ้านอย่างผมถือว่าไม่เลวนะครับ

เพราะถ้าคุณเจอคู่แข่งที่วรรณะต่ำกว่า คุณก็ต้องคุมเกมให้ได้แล้วบุกกระหน่ำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในเกมที่บุกไปเยือน เซาธ์แฮมป์ตัน กับ เลสเตอร์ ในฤดูกาลนี้ พวกเขาทำแบบนั้นไม่ได้ แม้จะชนะก็ตาม

เพียงแต่ในฟอร์มการเล่นที่ไม่เลว ผู้เล่นพันธุ์อสูรก็ยังแสดงความผิดพลาดออกมาเป็นระยะ

โชคดีที่มันเป็นเกมที่ เอฟเวอร์ตัน แสดงความผิดพลาดออกมามากกว่า แถมโชว์ฟอร์มการเล่นอันน่าละเหี่ยใจ

ถ้าเปลี่ยน แมนฯ ยูไนเต็ด เป็น แมนฯ ซิตี้

บอกได้เลยว่า...ไส้แตก !!!

ปืนลุ้นแชมป์เต็มตัว, ฟีร์มิโน่ ช่วยหงส์ไม่ไหว! 5 ข้อ อาร์เซน่อล โชว์แกร่งสยบ ลิเวอร์พูล

จากที่เป็นทีมประเภทวัวเคยขา ม้าเคยขี่ให้กับ ลิเวอร์พูล มาโดยตลอด

 ในที่สุด อาร์เซน่อล ก็ปลดแอกได้สำเร็จเมื่อเปิดบ้านกำชัยเหนือ หงส์แดง ได้ด้วยสกอร์ 3-2 จากการฟาดแข้งศึก พรีเมียร์ลีก เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 ต.ค.

นอกจากจะหักปีก หงส์แดง ได้อย่างยอดเยี่ยมแล้ว เดอะ กันเนอร์ส แทงบอล UFABET ยังแย่งตำแหน่งจ่าฝูงกลับคืนมาจาก แมนฯ ซิตี้ ได้สำเร็จซึ่งเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าซีซั่นนี้ทีมของ มิเกล อาร์เตต้า มีศักยภาพมากพอที่จะได้ร่วมลุ้นคว้าแชมป์อย่างเต็มตัวแล้ว

1.ปืนโต ปรับทัพแค่รายเดียว

อาร์เซน่อล เปลี่ยนโผ 11 ตัวแรกแค่รายเดียวจากเกมชนะ สเปอร์ส ทีมร่วมเมือง 3-1 ที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม โดย ทาเคฮิโระ โทมิยาสึ แทงบอล ปราการหลังทีมชาติ ญี่ปุ่น ได้ลงเล่นเกม พรีเมียร์ลีก เป็นตัวจริงนัดแรกของซีซั่น แต่เป็นตำแหน่งที่เจ้าตัวไม่ถนัด

ดาวเตะซามูไรได้ลงบู๊แทน โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ แบ็คซ้ายทีมชาติ ยูเครน ซึ่งมีอาการบาดเจ็บรบกวนจนไม่มีส่วนร่วมในเกมปะทะกับ ลิเวอร์พูล แต่ถึงอย่างนั้น พ่อค้าแข้งเลือดปลาดิบแสดงให้เห็นว่าสามารถรับมือกับ โม ซาลาห์ ได้อย่างไม่เป็นปัญหา และทำเอาดาวเตะทีมชาติ อียิปต์ เล่นไม่ออกกระทั่งต้องโดน เจอร์เก้น คล็อปป์ เปลี่ยนตัวในช่วง 20 นาทีสุดท้าย

2.หงส์ ส่งชุดเดิมบู๊พร้อมระบบใหม่ 

ด้าน ลิเวอร์พูล บุกมาเยือนด้วยขุนพล 11 ตัวเดิมทั้งหมดจากเกม แชมเปี้ยนส์ลีก ที่พวกเขาเปิด แอนฟิลด์ คว่ำ เรนเจอร์ส 2-0 พร้อมทั้งใช้ระบบการเล่น 4-4-2 เป็นเกมที่สองติดต่อกันอันเป็นการเน้นเกมรุกอย่างเต็มที่

อย่างไรก็ดี ในซุ้มม้านั่งข้างสนาม มีการเปลี่ยนแปลงเล็กๆเนื่องจาก ควีวิน เคลเลเฮอร์ นายทวารมือสองฟิตเต็มสูบแล้ว และมีชื่อนั่งเป็นตัวสำรองในเกม พรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้เป็นนัดแรก

ทั้งนี้ หากจะเทียบกับเกม พรีเมียร์ลีก นัดเฝ้าบ้านเสมอกับ  ไบรท์ตัน 3-3 หงส์แดง ปรับทัพสามตำแหน่งโดยมี หลุยส์ ดิอาซ , ดีโอโก้ โชต้า และ ดาร์วิน นูนเญซ ได้ออกสตาร์ตก่อนหน้า ฟาบินโญ่ , โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ และ ฟาบิโอ คาร์วัลโญ่  

3.วินาทีที่ 58

เขี่ยบอลกันยังไม่ทันมีเหงื่อซึม ลิเวอร์พูล ก็เป็นฝ่ายตาข่ายขาดผึงอย่างเร็วจี๋ในวินาทีที่ 58 เท่านั้นจากฝีเท้าของ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่

ต่อประตูที่ว่าของดาวยิงแซมบ้า มีการตีแผ่ออกมาว่าเป็นประตูที่ทีม ปืนใหญ่ ใช้เวลาเร็วที่สุดในการเจาะไข่แดง เร้ด แมชีน ได้ในเกม พรีเมียร์ลีก

กระนั้นก็ดี อาร์เซน่อล เคยได้ประตูใน พรีเมียร์ลีก เร็วกว่านี้ในเกมชนะ คิวพีอาร์ 1-0 ซึ่ง ธีโอ วัลค็อตต์ เป็นฮีโร่ของทีมด้วยการใช้เวลาแค่ 20 วินาทีก็สอยตาข่ายได้จากการฟาดแข้งศึก ลอนดอนดาร์บี้แมตช์ เมื่อเดือนพ.ค.2013

ขณะเดียวกัน มาร์ติเนลลี่ เป็นนักเตะ ปืนใหญ่ อายุน้อยที่สุดด้วยที่ทั้งยิงประตู ลิเวอร์พูล และแอสซิสต์ได้ในเกมเดียวกันของ พรีเมียร์ลีก (21ปี 113 วัน) แถมรวม 14 นัดหลังในทุกรายการ พ่อค้าแข้งชาวเมืองกาแฟมีส่วนร่วมกับทีมทั้งหมด 10 ประตู (ยิง5แอสซิสต์5)

4.ปัญหามา ปัญญาไม่เกิด

หลังเสียประตูก่อน ลิเวอร์พูล ก็เพิ่มสถิติในทางลบด้วยการตกเป็นฝ่ายตามหลังคู่แข่งก่อนอีกจนได้ซึ่งพวกเขายังแก้ไม่ตกมาจนถึงป่านนี้

มีการเปิดเผยว่า หงส์แดง เป็นฝ่ายตาข่ายขาดก่อนคู่แข่งมากถึง 10 จาก 12 นัดหลังเริ่มตั้งแต่เกม พรีเมียร์ลีก นัดเสมอกับ สเปอร์ส 1-1 เมื่อเดือนพ.ค.เป็นต้นมา

สำหรับเกมที่ว่า ลิเวอร์พูล เสียท่าให้กับ ซน  ฮึง มิน ก่อนในนาทีที่ 56 แต่มาได้ หลุยส์ ดิอาซ ทวงคืนในนาทีที่ 74 ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของสถิติที่ย่ำแย่ซึ่ง เจอร์เก้น คล็อปป์ ยังหาทางแก้ไขไม่ได้

ขณะเดียวกัน หลังบุกไปพ่ายที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ลิเวอร์พูล เก็บได้แค่ 10 แต้มเท่านั้นจาก 8 นัดซึ่งนับเป็นสถิติที่เลวร้ายที่สุดใน พรีเมียร์ลีก ของพวกเขานับตั้งแต่ซีซั่น 2012/13 ที่คว้ามาได้แค่ 9 แต้มจาก 8 นัดซึ่งสุดท้ายแล้วพวกเขาจบซีซั่นในอันดับ 7

5.ฟีร์มิโน่ ของแสลงทีม ปืนใหญ่

แม้จะได้ลงเล่นเป็นตัวสำรองช่วงท้ายครึ่งแรกแทนที่ หลุยส์ ดิอาซ ที่บาดเจ็บ แต่ถึงยังไง โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ก็ยังเป็น ฟีร์มิโน่ คนเดิมที่ขยันยิงประตู อาร์เซน่อล ไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเจ้าตัวทำแสบใส่ทีมเมืองกรุงอีกจนได้จากการกระทุ้งให้ทีมเยือนตีเสมอ 2-2 ในนาทีที่ 53

ฉะนั้น มันจึงเป็นประตูที่ 10 แล้วที่ ฟีร์มิโน่ คลำเป้า ท็อปกัน ได้จากการบู๊กัน 17 นัดซึ่งถือเป็นคู่แข่งที่เขาโปรดปรานมากที่สุด

สำหรับทีมขนมหวานหมายเลขสองของ ฟีร์มิโน่ ได้แก่ วัตฟอร์ด ซึ่งโดนกองหน้าทีมชาติ บราซิล ยิงใส่ 8 เม็ดจากการดวลกัน 11 นัด ตามด้วย โวล์ฟสบวร์ก ที่เคยโดนอดีตดาวยิงทีม ฮอฟเฟ่นไฮน์ ตะบันใส่  7 เม็ดจาก 10 นัด

อย่างไรก็ดี ผลงานของ ฟีร์มิโน่ ก็ไม่มากพอที่จะช่วยให้ เร้ด แมชีน รอดพ้นจากความปราชัยได้เมื่อ อาร์เซน่อล มาได้ประตูชัย 3-2 จากการสังหารลูกโทษของ บูคาโย่ ซาก้า ในนาทีที่ 76

พักเหอะ เทรนต์ , ซาลาห์ ฟอร์มจืด! ตัดเกรดแข้ง ลิเวอร์พูล เกมแพ้ อาร์เซน่อล

เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ยังคงเป็นบ่อน้ำมันชั้นดีให้คู่แข่งได้เจาะเล่นอย่างเมามัน

หลังผลงานในครึ่งแรกน่าผิดหวัง ส่วนดาวยิงความหวังอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หาฟอร์มเก่งไม่เจอจนต้องเปลี่ยน ฟาบินโญ่ มาแทนน ขณะที่แนวรับยังไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้ แทงบอล ด้าน ดาร์วิน นูนเญซ น่าจะกลับมามีความมั่นใจเพิ่มขึ้นเมื่อซัด 1 ประตูให้กับสโมสร ส่วน โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ยังคงเป็นผู้เล่นที่ตามหลอน อาร์เซน่อล ได้เช่นเคย


11 ผู้เล่นตัวจริง

 อลิสซง เบ็คเกอร์ : 6

 - แนวรับโคตรรั่ว, ฟีร์มีโน่ จบคม!ตัดเกรดแข้ง ลิเวอร์พูล เกมเจ๊าเดือด ไบรท์ตัน

- ลิเวอร์พูล-แมนยูแนวรับรั่ว!เปิดโผทีมยอดแย่ พรีเมียร์ลีก แมตช์เดย์ที่ 9

- ปัญหาหนักอก!นูนเญซ เผยเหตุฟอร์มไม่เปรี้ยงกับ ลิเวอร์พูล

โชว์ซูเปอร์เซฟจังหวะการยิงจ่อๆ ของ กรานิต ชาคา ส่วนสามประตูที่เสียหมดสิทธิ์ป้องกัน

 เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ : 4

 ยังคงเป็นผู้เล่นที่คู่แข่งจ้องเล่นงานตลอดและก็ไม่ผิดหวังเพราะสองประตูในครึ่งแรกเกิดจากการเจาะทางฝั่งขวา แทงบอล UFABET ขณะที่เกมรุกก็ไม่โดดเด่นการเปิดบอลขาดความแม่นยำ

 โฌแอล มาติป : 6

 มีความเหนียวแน่นในเกมรับ พยายามช่วยงาน ฟาน ไดค์ อย่างหนักแต่ช่วยไม่ไหวจริงๆ

เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ : 5

 ความแข็งแกร่งเหมือนก่อนยังไม่กลับมา จังหวะเสียประตูที่สองขึ้นไปเล่นลูกฟรีคิกทั้งๆ ที่จะหมดเวลาทำให้หลุดตำแหน่ง ช่วงท้ายเกมสื่อสารไม่เข้าใจกับ  อลีสซง จนเกือบเสียประตู

 คอสตาส ซิมิคาส : 4

ไม่มีความโดดเด่นทั้งการเล่นเกมรับ และรุก ไม่สามารถจัดการกับความเร็วของ บูคาโย่ ซาก้า ได้เลย

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน : 5

วิ่งไล่ตาม มาร์ติน โอเดการ์ด ไม่ทันในจังหวะที่ประตูแรก ไม่มีบทบาทในการช่วยเกมแดนกลางเลย แถมยังดูเหมือนมีอาการเหนื่อยล้าด้วย

ติอาโก้ อัลกันทาร่า  : 5

ครองบอลได้ดี ผ่านบอลแม่นยำ แต่น่าเสียดายที่พลาดในจังหวะสกัดบอลจนเป็นเหตุให้ทำฟาวล์ กาเบรียล เชซุส เป็นจุดโทษ

ดีโอโก้ โชต้า : 6

เอาตัวรอดในพื้นที่แคบๆ ได้ดี พยายามประสานงานเกมรุกตลอด จังหวะแอสซิสต์ให้ ฟีร์มีโน่ สุดเฉียบคม

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ : 4

ต้องบอกว่า "บังโม" กำลังเจอกับปัญหาอย่างต่อเนื่องในการเรียกฟอร์มเก่ง แม้จะครองบอลได้มากแต่แทบไม่สร้างประโยชน์ให้กับทีม ที่สำคัญยังโดน ทาเคฮิโระ โทมิยาสุ จับตายจนเล่นไม่ออก

ดาร์วิน นูนเญซ : 7

มีส่วนกับเกมเยอะขึ้นครึ่งแรกได้จังหวะสับเต็มข้อแต่โดน แอรอน แรมส์เดล เซฟได้ ก่อนจะได้จังหวะชาร์จจ่อตีเสมอให้ทีม ครึ่งหลังพยายามช่วยเกมรุก และสามารถป่วนกองหลัง "ปืนใหญ่" ได้เรื่อยๆ

หลุยส์ ดิอาซ : 6

การเคลื่อนหาช่องว่างดีเยี่ยมก่อนจะผ่านบอลให้ นูนเญซ ซัดประตู แต่เกมนี้นักเตะทำฟาวล์เยอะไปหน่อย ที่น่าเสียดายก็คือนักเตะบาดเจ็บต้องถูกเปลี่ยนตัวออกไป

ตัวสำรองที่ได้ลงสนาม

โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ (แทน หลุยส์ ดิอาซ น. 42) : 6

ผลงานยอดเยี่ยมในการวิ่งหาพื้นที่ว่างและสับไกเฉียบคม มีโอกาสในช่วงท้ายเกมอีกครั้งแต่ยิงติดแนวรับเจ้าบ้าน 

โจ โกเมซ (แทน เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ น. 46) : 6

มีส่วนในการเล่นเกมรับกับทีม แม้จะไม่ได้เหนียวแน่น แต่ก็ยังดีกว่าปล่อยให้ "หนุ่มเทรนต์" สู้กับ มาร์ติเนลลี่

อิบราฮิม่า โกนาเต้ (แทน โฌแอล มาติป น. 69) : 6 

ถือเป็นฟอร์มที่ดีสำหรับนักเตะที่เพิ่งหายเจ็บกลับมา ช่วยทำให้เกมรับของ "หงส์แดง" เหนียวแน่นขึ้น

ฟาบินโญ่ (แทน โมฮาเหม็ด ซาลาห์ น. 69) : 5

ลงมาช่วยทำให้แดนกลางแข็งแกร่งขึ้น แต่ก็ไม่ได้สร้างผลงานโดดเด่นอะไรมากมาย

ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ (แทน ดีโอโก้ โชต้า น. 81) : ไม่มีคะแนน

มีเวลาไม่มากพอให้แสดงผลงาน